<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chilawat Showcase &#187; Opera</title>
	<atom:link href="http://profile.chilawat.com/tag/opera/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://profile.chilawat.com</link>
	<description>Create by Chilawat.k</description>
	<lastBuildDate>Sat, 01 May 2010 02:43:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>อนาคตของ PC ในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า.</title>
		<link>http://profile.chilawat.com/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-pc-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b5.html/</link>
		<comments>http://profile.chilawat.com/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-pc-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b5.html/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2010 02:26:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chilawat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Our news]]></category>
		<category><![CDATA[Apple Computer]]></category>
		<category><![CDATA[Browser]]></category>
		<category><![CDATA[Chrome]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[ICT]]></category>
		<category><![CDATA[IPad]]></category>
		<category><![CDATA[Opera]]></category>
		<category><![CDATA[OS]]></category>
		<category><![CDATA[PC]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://profile.chilawat.com/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[ระบบ Diskless เริ่มมีอิธิพลต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC มากยิ่งขึ้น เมื่ออะไรหลายๆอย่างเริ่มถูกผลักดัน และพัฒนาให้ทำงานอยู่บนระบบเซิร์ฟเวอร์ผ่านเคลือข่าย ไม่ว่าจะเป็นในด้านแอพริเคชั่น หรือสโตล์เลจ จึงทำให้แนวโน้มของเครื่องแล็ปท๊อปจะมีหน้าที่เหมือนตัวโปรไฟล์คอนเน็คเตอร์ เข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานเหมือนเราถือหนังสือเล่มนึงเท่านั้น เปิดขึ้นเมื่อไหร่ก็สามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอบู๊ทเครื่องให้เสียเวลา ระบบOSก็จะปรับรูปแบบหน้าตาเหมือนทำงานอยู่บนโต๊ะทำงานมากยิ่งขึ้น ต้องการจะหยิบใช้อะไรก็ลากมาวางได้เลย ฟังดูเหมือนเรื่องที่เราเคยคิดว่ามีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันมันเป็นจริงขึ้นและใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ดังจะเห็นได้จากที่ Google ได้เริ่มเปิดตัวระบบ Chrome OS ที่เริ่มแนวคิดในการผลักดันระบบการทำงานของเครื่องPCให้มีหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์เชื่อมต่อ และแชร์การทำงานต่างๆอยู่บนโลกของการออนไลน์โดยผ่านระบบ OS ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นบร้าวเซอร์ และไม่เพียงแค่ Google เท่านั้นที่ทำเช่นนี้ Opera Browser เองก็ดูเหมือนจะมีแผนที่จะผลักดันและยกระดับบร้าวเซอร์ให้เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นว่าเครื่องแล็ปท็อปบางแบรนด์ในรุ่นใหม่ๆได้เริ่มทำสัญญาในการลงระบบ Chrome OS ลงไปกับเครื่องแทนการใช้งาน Microsoft OS แล้ว ด้วยคุณสมบัติการทำงานแบบไลฟ์สไตล์ที่สามารถเปิดเครื่องใช้งานได้ในทันทีใช้เวลาในการบู๊ทโปรไฟล์เพียง7วินาที และปิดเครื่องได้ทันทีเมื่อเลิกใช้งานเหมือนการปิดหน้าหนังสือ รวมถึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องลิขสิทธิ์ ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจึงมีแนวโน้มที่อาจจะมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบภายในเครื่องเดียว โดยขึ้นอยู่กับไลฟ์ไตล์ของผู้ใช้งาน และในด้านของฮาร์ดแวร์เองก็จะมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ที่เรามักเคยให้ความสำคัญกับสเป็คของฮาร์ดดิสค์ แต่สำหรับในอนาคตหากเราต้องการซื้อแล็ปท๊อปสักเครื่องหนึ่ง สเป็คของฮาร์ดดิสค์อาจไม่ใช้สิ่งที่เราจะต้องถามถึงกันอีกเลย แต่เราอาจจะต้องถามถึงแคชเมมโมรี่แทน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่าตลก แต่หลังจากที่ Apple Computer ได้เปิดตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า IPad [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระบบ <strong>Diskless </strong>เริ่มมีอิธิพลต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC มากยิ่งขึ้น เมื่ออะไรหลายๆอย่างเริ่มถูกผลักดัน และพัฒนาให้ทำงานอยู่บนระบบเซิร์ฟเวอร์ผ่านเคลือข่าย ไม่ว่าจะเป็นในด้านแอพริเคชั่น หรือสโตล์เลจ จึงทำให้แนวโน้มของเครื่องแล็ปท๊อปจะมีหน้าที่เหมือนตัวโปรไฟล์คอนเน็คเตอร์ เข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานเหมือนเราถือหนังสือเล่มนึงเท่านั้น <span id="more-296"></span><br />
เปิดขึ้นเมื่อไหร่ก็สามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอบู๊ทเครื่องให้เสียเวลา ระบบ<strong>OS</strong>ก็จะปรับรูปแบบหน้าตาเหมือนทำงานอยู่บนโต๊ะทำงานมากยิ่งขึ้น ต้องการจะหยิบใช้อะไรก็ลากมาวางได้เลย ฟังดูเหมือนเรื่องที่เราเคยคิดว่ามีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันมันเป็นจริงขึ้นและใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ดังจะเห็นได้จากที่ <strong>Google </strong>ได้เริ่มเปิดตัวระบบ <strong>Chrome OS</strong> ที่เริ่มแนวคิดในการผลักดันระบบการทำงานของเครื่องPCให้มีหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์เชื่อมต่อ และแชร์การทำงานต่างๆอยู่บนโลกของการออนไลน์โดยผ่านระบบ OS ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นบร้าวเซอร์ และไม่เพียงแค่ <strong>Google</strong> เท่านั้นที่ทำเช่นนี้ <strong>Opera Browser</strong> เองก็ดูเหมือนจะมีแผนที่จะผลักดันและยกระดับบร้าวเซอร์ให้เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นว่าเครื่องแล็ปท็อปบางแบรนด์ในรุ่นใหม่ๆได้เริ่มทำสัญญาในการลงระบบ <strong>Chrome OS</strong> ลงไปกับเครื่องแทนการใช้งาน <strong>Microsoft OS</strong> แล้ว</p>
<p>ด้วยคุณสมบัติการทำงานแบบไลฟ์สไตล์ที่สามารถเปิดเครื่องใช้งานได้ในทันทีใช้เวลาในการบู๊ทโปรไฟล์เพียง7วินาที และปิดเครื่องได้ทันทีเมื่อเลิกใช้งานเหมือนการปิดหน้าหนังสือ รวมถึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องลิขสิทธิ์ ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจึงมีแนวโน้มที่อาจจะมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบภายในเครื่องเดียว โดยขึ้นอยู่กับไลฟ์ไตล์ของผู้ใช้งาน และในด้านของฮาร์ดแวร์เองก็จะมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ที่เรามักเคยให้ความสำคัญกับสเป็คของฮาร์ดดิสค์ แต่สำหรับในอนาคตหากเราต้องการซื้อแล็ปท๊อปสักเครื่องหนึ่ง สเป็คของฮาร์ดดิสค์อาจไม่ใช้สิ่งที่เราจะต้องถามถึงกันอีกเลย แต่เราอาจจะต้องถามถึงแคชเมมโมรี่แทน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่าตลก แต่หลังจากที่ <strong>Apple Computer </strong>ได้เปิดตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า <strong>IPad</strong> ทุกสิ่งก็เหมือนจะเป็นจริงเข้ามาทุกขณะ เรามองเห็นได้ชัดว่าอนาคตข้างหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์อาจไม่จำเป็นต้องมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดและเมาส์อีกต่อไป เพราะทุกอย่างมันสามารถทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ทัชสกรีนได้แทบทั้งสิ้น แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาอาจจะยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปในชั่วข้ามคืน แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ของโลก ซึ่งอาจจะใช้เวลา10-25ปี ที่สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่ระบบเดิมทั้งหมด.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://profile.chilawat.com/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-pc-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b5.html/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
