อนาคตของ PC ในไม่อีกกี่ปีข้างหน้า.
ระบบ Diskless เริ่มมีอิธิพลต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC มากยิ่งขึ้น เมื่ออะไรหลายๆอย่างเริ่มถูกผลักดัน และพัฒนาให้ทำงานอยู่บนระบบเซิร์ฟเวอร์ผ่านเคลือข่าย ไม่ว่าจะเป็นในด้านแอพริเคชั่น หรือสโตล์เลจ จึงทำให้แนวโน้มของเครื่องแล็ปท๊อปจะมีหน้าที่เหมือนตัวโปรไฟล์คอนเน็คเตอร์ เข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานเหมือนเราถือหนังสือเล่มนึงเท่านั้น
เปิดขึ้นเมื่อไหร่ก็สามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องรอบู๊ทเครื่องให้เสียเวลา ระบบOSก็จะปรับรูปแบบหน้าตาเหมือนทำงานอยู่บนโต๊ะทำงานมากยิ่งขึ้น ต้องการจะหยิบใช้อะไรก็ลากมาวางได้เลย ฟังดูเหมือนเรื่องที่เราเคยคิดว่ามีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันมันเป็นจริงขึ้นและใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ดังจะเห็นได้จากที่ Google ได้เริ่มเปิดตัวระบบ Chrome OS ที่เริ่มแนวคิดในการผลักดันระบบการทำงานของเครื่องPCให้มีหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์เชื่อมต่อ และแชร์การทำงานต่างๆอยู่บนโลกของการออนไลน์โดยผ่านระบบ OS ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นบร้าวเซอร์ และไม่เพียงแค่ Google เท่านั้นที่ทำเช่นนี้ Opera Browser เองก็ดูเหมือนจะมีแผนที่จะผลักดันและยกระดับบร้าวเซอร์ให้เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นว่าเครื่องแล็ปท็อปบางแบรนด์ในรุ่นใหม่ๆได้เริ่มทำสัญญาในการลงระบบ Chrome OS ลงไปกับเครื่องแทนการใช้งาน Microsoft OS แล้ว
ด้วยคุณสมบัติการทำงานแบบไลฟ์สไตล์ที่สามารถเปิดเครื่องใช้งานได้ในทันทีใช้เวลาในการบู๊ทโปรไฟล์เพียง7วินาที และปิดเครื่องได้ทันทีเมื่อเลิกใช้งานเหมือนการปิดหน้าหนังสือ รวมถึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องลิขสิทธิ์ ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจึงมีแนวโน้มที่อาจจะมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบภายในเครื่องเดียว โดยขึ้นอยู่กับไลฟ์ไตล์ของผู้ใช้งาน และในด้านของฮาร์ดแวร์เองก็จะมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ที่เรามักเคยให้ความสำคัญกับสเป็คของฮาร์ดดิสค์ แต่สำหรับในอนาคตหากเราต้องการซื้อแล็ปท๊อปสักเครื่องหนึ่ง สเป็คของฮาร์ดดิสค์อาจไม่ใช้สิ่งที่เราจะต้องถามถึงกันอีกเลย แต่เราอาจจะต้องถามถึงแคชเมมโมรี่แทน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่าตลก แต่หลังจากที่ Apple Computer ได้เปิดตัวอุปกรณ์ที่เรียกว่า IPad ทุกสิ่งก็เหมือนจะเป็นจริงเข้ามาทุกขณะ เรามองเห็นได้ชัดว่าอนาคตข้างหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์อาจไม่จำเป็นต้องมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดและเมาส์อีกต่อไป เพราะทุกอย่างมันสามารถทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ทัชสกรีนได้แทบทั้งสิ้น แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาอาจจะยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปในชั่วข้ามคืน แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ของโลก ซึ่งอาจจะใช้เวลา10-25ปี ที่สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่ระบบเดิมทั้งหมด.










