พรบ.คอมพิวเตอร์ มีความสำคัญอย่างไร
การบริหารจัดการระบบสารสนเทศตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 ว่ามีความสำคัญอย่างไร องค์กรจำเป็นต้องปรับปรุงระบบสารสนเทศที่มีอยู่เพื่อให้ Comply เข้ากับ พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 มากน้อยขนาดไหน และจริงๆ แล้วการติดตั้งระบบทั้ง Software และ Hardware เพื่อรองรับ พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 นั้นก็ไม่ได้ยากจนเกินไป และก็ไม่ได้ใช้งบประมาณไปมากเกินความจำเป็นเพื่อที่จะให้ได้มาถึงระบบสารสนเทศขององค์กรที่สามารถรองรับพรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 ตามที่กฏหมายกำหนด
และได้มาซึ่งระบบสำหรับการติดตามและตรวจสอบในกรณีที่ต้องการติดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร และเมื่อองค์กรได้ติดตั้งใช้งานระบบงานใหม่แล้ว จำเป็นต้องมีการตรวจสอบว่าระบบใหม่ที่ติดตั้งลงไปนั้น มีข้อบกพร่องหรือมีข้อผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นบ้าง เพื่อเป็นการดูแลและบำรุงรักษาให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องอยู่เสมอ ต้องมีการทดสอบระบบทั้งหมดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยมีการจำลองสถานะการณ์ต่างๆ ตาม Features ของระบบนั้นๆ และนำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับระบบที่มีอยู่เดิม หรือเก็บไว้เพื่อที่จะได้นำไปเปรียบเทียบกับการทดสอบครั้งต่อไปในอนาคต
โดยทั่วไประบบสารสนเทศจะมีวงจรชีวิต (Life Cycle) อยู่ประมาณ 4-5 ปี ก็จะมีระบบหรืออุปกรณ์ใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน ทำให้เรื่องของความเข้ากันได้จำเป็นอย่างมากสำหรับการติดตั้งระบบใดๆก็ตาม โดยที่ระบบงานที่มีอยู่เดิมนั้นต้องสามารถรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งตรงนี้เององค์กรต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าอุปกรณ์หรือระบบที่กำลังจะติดตั้งลงไปนั้นต้องสามารถรองรับและ Upgrade ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Firmware หรือ Softwareหรือแม้แต่การบริการหลังการขายของผู้ให้บริการเองที่ต้องสามารถให้บริการและดู แลรักษาระบบที่ติดตั้งให้กับองค์กรนั้นผ่านไปได้ด้วยดี และในกรณีที่มี Requirement เพิ่มเติมทั้งจากหน่วยงานในองค์กรและจากภาครัฐ ที่อาจจะมีการเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนข้อกฏหมายบางอย่าง หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือความ Flexible ของระบบหรือของอุปกณ์ที่ติดตั้งนั้น ยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้มากน้อยเพียงใด
และอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าการนำอุปกรณ์มาใช้กับพรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 มี 2 ประเภท คือแบบ Hardware และ Software โดย Software ค่อนข้างจะได้เปรียบ Hardware คือสามารถนำคอมพิวเตอร์ใดๆ ก็ได้มาติดตั้ง Software เช่น Proxy หรือ Firewall เพื่อให้รองรับ พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550 เพราะข้อดีของ Software นั้นอยู่ที่ความสามารถในการปรับเปลี่ยนได้ไม่ยาก ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมายนองจากเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงหนึ่งเครื่อง ซึ่งเมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยสามารถนำมาทดสอบแบบคู่ขนานกับระบบเดิม พอทดสอบการทำงานผ่านก็สามารถนำของเก่าออกและนำของใหม่ติดตั้งเข้าไปได้ทันที แต่ข้อเสียก็คือการติดตั้ง และการ Configuration Software นั้นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมาติดตั้งให้ ต่างกับอุปกรณ์แบบ Hardware ที่ส่วนใหญ่มักจะมีโปรแกรมช่วยเหลือในการติดตั้งและ Config แบบง่ายๆ มาให้จนถึงขั้น Plug & Play และก็มี ซึ่งทั้งสองรูปแบบ องค์กรต้องวางแผนและคำนวนเรื่องของ TCO และ ROI ให้ดีให้เหมาะสม ระบบการบริหารจัดการระบบสารสนเทศตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ จึงจะอยู่กับเราได้นานๆ ครับ
ข้อมูลอ้างอิงจาก: telecomjournal.net










